เจ้าอาวาส
พระราชไพศาลมุนี
ปีที่ตั้ง
พ.ศ. 2447
ประเภทวัด
วัดวิสุงคามสีมา
วัดพระอารามหลวง
ชั้นตรี
นิกาย
คณะธรรมยุต
ภาค (ตามเขตการปกครอง)
ภาค ๑๖
จังหวัด (ตามเขตการปกครอง)
สุราษฎร์ธานี
อําเภอ (ตามเขตการปกครอง)
อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
ตําบล (ตามเขตการปกครอง)
ตลาด
วัดธรรมบูชา ตั้งเมื่อ พ.ศ.2447 แต่เดิมประมาณ 50 ปี ก่อนสร้างวัด สถานที่แห่งนี้เป็นป่าดอน เป็นที่ฝังศพ เผาศพ ค้างศพ ของนักโทษที่ถูกประหาร เป็นที่รกชัฏเงียบสงัดวังเวง ปราศจากผู้คน ต่อมาทิดปลื้ม(สมัยนั้นยังไม่มีนามสกุล) ซึ่งเป็นชาวบ้านในละแวกนั้น ได้สร้างศาลาหลังคามุงจากไว้ 2 หลัง สำหรับเป็นศาลาสวดพระอภิธรรม ต่อมามีพระภิกษุรูปหนึ่งไม่ปรากฏนามมาอาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ชาวบ้านนิมนต์ให้อยู่ประจำและสร้างขึ้นเป็นวัดใช้ชื่อว่า "วัดดอนเลียบ" พร้อมกับสร้างกุฏิหลังเล็ก ๆ ให้ท่านอาศัย ท่านได้อยู่ฉลองศรัทธาพุทธบริษัทระยะหนึ่งก็ลาสิกขา ต่อมา พระปลอดซึ่งเป็นพระธุดงค์ได้เข้ามาอยู่อาศัยจนกระทั่งมรณภาพ หลังจากนั้นวัดก็รกร้างว่างพระสงฆ์อยู่ระยะหนึ่ง
ลุถึงปี พ.ศ.2448 มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อ พระกรับ ญาณวีโร เป็นชาวจังหวัดพัทลุง อุปสมบทที่วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา และไปอยู่ที่วัดมเหยงคณ์ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกับพระติดตามอีก 2 รูป ได้เดินธุดงค์ผ่านมาเห็นสภาพของป่าช้าดอนเลียบหรือวัดดอนเลียบแล้วก็รู้สึกพอใจ ท่านทั้ง 3 เป็นพระนักวิปัสสนาธุระจวบวันเข้าพรรษา ท่านทั้ง 3 ก็อยู่จำพรรษา ณ วัดดอนเลียบแห่งนี้ ชาวบ้านประมาณ 40 - 50 คน ช่วยกันแผ้วถางปรับปรุงบริเวณนั้นให้เป็นวัด เมื่อปรับปรุงพัฒนาพอเป็นหลักเป็นฐานพอสมควรแล้วจึงได้ขอตั้งวัด และขอเปลี่ยนชื่อวัดต่อเสนาบดีมหาดไทย ซึ่งสมัยนั้นกรมพระยาดำรงราชานุภาพยังเป็นกรมหลวงดำรงตำแหน่งนี้ ขณะนั้นกำลังเสด็จตรวจราชการทางมณฑลภาคใต้ จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดดอนเลียบให้ใหม่เป็นวัดธรรมยุติการาม พระกรับ(จวงวางกรับ ปาสิต)ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้อยู่ 4 ปี ร่วมกับเจ้าจอมพิณศรี สุพรรณศรี(พิณ ณ นคร) ในรัชกาลที่ 5 นางศรีสุพรรณดิส(งิ้ว ณ นคร) นางชำนาญ พินิจคงคา(สิน แซ่หลี) คุณนายเกตุ นาฮก นางตรึก สุวรรณกูล นายแดงนุ้ย และทายกทายิกาอีกหลายท่าน
ในปี พ.ศ.2452 พระมหาวันเปรียญธรรม 8 ประโยค ได้เดินธุดงค์มาพักอาศัย พระกรับจึงได้มอบภาระทั้งหมดให้พระมหาวัน และท่านก็เดินทางกลับเมืองนครศรีธรรมราช และเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และได้อยู่จำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร จนกระทั่งลาสิกขา เมื่อลาสิกขาแล้วได้ไปรับราชการในสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ ได้ทรงรับรายงานและทรงเห็นชื่อวัดว่า "ธรรมยุติการาม" ก็ไม่ทรงพอพระทัย โดยดำริว่า ชื่อวัดนี้เป็นการเฉพาะหมู่เฉพาะคณะเท่านั้น ไม่เหมาะแก่สาธารณะ จึงมีลายพระหัตถ์ถึงพระยาดำรงฯ ให้เปลี่ยนชื่อวัดเสียใหม่เป็น "วัดธรรมบูชา" และได้ใช้ชื่อวัดว่า "ธรรมบูชา" ตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ.2490 ท่านพระครูโยคาธิการวินิตก็มรณภาพ
ในปี พ.ศ.2490 พระธรรมวิโรจน์เถร(พลับ) ในสมัยนั้นยังดำรงสมณศักดิ์เป็นพระครูศาสนภารพินิจ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส และได้ปรับปรุงพัฒนาวัดตามลำดับ จนได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าให้ยกฐานะวัดนี้เป็นพระอารามหลวง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ.2491 ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวงรูปแรกและดำรงตำแหน่งเจ้าคณะฝ่ายธรรมยุตรูปแรกด้วย จนกระทั่งถึง พ.ศ.2498 ท่านก็มรณภาพ
ต่อมา พ.ศ.2499 พระธรรมธัชมุนี(แสง ชูตินุธโร ป.ธ.5) ในสมัยนั้นยังดำรงสมณศักดิ์เป็นพระโชติธรรมวราภรณ์ ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสจนถึงปัจจุบัน พร้อมกันนั้นก็ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี(ธรรมยุต) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2499 ถึง 2537 ท่านได้ปรับปรุงพัฒนาวัดให้เจริญขึ้นตามลำดับ
(รูปที่ 1) พระพุทธนพราชบพิตรไตรรัตนธัชรังสรรค์ พระประธานในพระอุโบสถ วัดธรรมบูชา พระอารามหลวง
(รูปที่ 2) พระอุโบสถ วัดธรรมบูชา พระอารามหลวง
ปีที่สร้าง (พ.ศ.)
2447
จำนวนเจ้าอาวาสที่ผ่านมา
5 รูป
-
บ้านเลขที่
-
รหัสไปรษณีย์
84000
ตำบล
ตลาด
อําเภอ
เมืองสุราษฎร์ธานี
จังหวัด
สุราษฎร์ธานี
ขนาดที่ดินที่ตั้งวัด
ไร่
19
งาน
-
วา
-
ขนาดที่ธรณีสงฆ์
ไร่
-
งาน
-
วา
-
โทรศัพท์
-
อีเมล
-