arrow_back

วัดมะม่วงปลายแขน

วัดพัทธสีมา คณะธรรมยุต

ข้อมูลพื้นฐาน

เจ้าอาวาส

-

ปีที่ตั้ง

พ.ศ. 2520

ประเภทวัด

วัดพัทธสีมา

วัดพระอารามหลวง

ไม่เป็น

นิกาย

คณะธรรมยุต

ภาค (ตามเขตการปกครอง)

ภาค ๑๖

จังหวัด (ตามเขตการปกครอง)

นครศรีธรรมราช

อําเภอ (ตามเขตการปกครอง)

ตำบลท่าวัง อำเภอเมือง

ตําบล (ตามเขตการปกครอง)

ท่าวัง

history_edu ประวัติความเป็นมาและความสำคัญ

ประวัติความเป็นมาของวัด

วัดมะม่วงปลายแขน รหัสวัด 05800116007 ตั้งอยู่บ้านมะม่วงปลายแขน เลขที่ 15 หมู่ที่ 8ตำบลท่างิ้ว อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 094 – 6980257 สังกัดคณะสงฆ์ ธรรมยุต ที่ดินที่ตั้งวัด ๕๓ ไร่ 0 งาน 86 ตารางวา คือ โฉนดที่ดิน เลขที่ ๑๔๒๖๓๑ เลขที่ดิน ๒๗๗ หน้าสำรวจ ๘๐๙๑ กรมราชทัณฑ์ขอเช่าทางด้านทิศเหนือของวัดทำเป็นทัณฑสถานวัยหนุ่ม จำนวน ๓๑ ไร่ ๒ งาน ๘๐ ตารางวา คงเหลือที่ดินตั้งวัดปัจจุบันประมาณ ๒๑ ไร่เศษ

อาณาเขต ทิศเหนือ จดที่ดินของคุณเจริญ ชำนาญดำ

ทิศใต้ จดถนนซอยบ้านปลายท่า

ทิศตะวันออก จดที่ดินของคุณชิต ผลดี

ทิศตะวันตก จดถนนสายนาพรุ - ปากพูน

อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย

อุโบสถ กว้าง 6 เมตร ยาว 21 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2535

ศาลาการเปรียญ กว้าง 16 เมตร ยาว 27 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น

กุฏิสงฆ์ จำนวน 17 หลัง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 8 เมตร ยาว 20 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2543

ศาลาบำเพ็ญกุศล กว้าง 8 เมตร ยาว 20 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้มี ฌาปนสถาน 1 หลัง หอระฆัง 1 หลัง หอกลอง 1 หลัง โรงครัว 1 หลัง เรือนรับรอง 1 หลัง ปภัสสรเจดีย์ ๑ หลัง เมรุเผาศพ พร้อมศาลาคู่เมรุ ๑ หลัง

ปูชนียวัตถุมี - พระประธานประจำอุโบสถ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก 40 นิ้ว สูง 65 นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕

- พระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว สูง 39 นิ้ว


วัดมะม่วงปลายแขน ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2522 ทางวัดมีเนื้อที่ตั้งวัด ๕๓ ไร่ ๘๖ ตารางวา ตามโฉนดที่ดิน เลขที่ ๑๔๒๖๓๑ มีเนื้อที่ตั้งวัด ๕๓ ไร่ ๘๒ ตารางวา กรมราชทัณฑ์ขอเช่าใช้ประโยชน์ ๓๑ ไร่ ๒ งาน ๘๐ ตารางวา ตั้งอยู่ติดกับวัดปัจจุบันด้านทิศเหนือ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๘ และยังขอใช้มาจนถึงปัจจุบัน ส่วนเนื้อที่อันเป็นที่ตั้งวัดปัจจุบันคงอยู่ ๒๑ ไร่เศษ มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๖ รูป


วัดมีอาคารหลักเป็นโบสถ์สองชั้น ๑ หลัง ผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ มีศาลาการเปรียญสองชั้น ๑ หลัง มีกุฏิเป็นที่อยู่จำพรรษาของพระภิกษุสามเณร ๑๗ หลัง มีกุฏิแม่ชี ๑ หลัง ครัวแฝด ๑ หลัง (คู่) มีเมรุ ๑ หลัง มีศาลาปลายทาง ๑ และมีปภัสสรเจดีย์ (บูรณะใหม่) ๑ หลัง


เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๒๐ วัดมะม่วงปลายแขน เดิมเป็นวัดร้างมานาน ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าร้างมาตั้งแต่สมัยใดโดยไม่ปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีที่เด่นชัดมีเพียงซากโรงอุโบสถหลังเดียวเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่ แต่เดิมมีบ่อน้ำอยู่ด้วย แต่ภายหลังให้กรมราชทัณฑ์เช่าที่ดินเพื่อสร้างทัณฑสถานวัยหนุ่ม และได้ติดบ่อน้ำดังกล่าวไปด้วย บ่อน้ำนั้นจึงเป็นหลักฐานที่หายไปอีกชิ้นหนึ่ง คงเหลืออยู่เพียงหลักฐานชิ้นถ้วย คือ โรงอุโบสถซึ่งก็เป็นเพียงเนินดินสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร โดยเมื่อพ.ศ. ๒๕๑๘ ยังมีอาคารไม้แบบขนำอยู่บนพื้นที่ดังกล่าวหลังหนึ่ง และใช้ที่ตรงนั้นทำอุโบสถสังฆกรรม เช่น การสวดญัตติผ้ากฐินและพระภิกขุปาฏิโมกข์

กาลต่อมาพระครูปภัสสรเมธาภรณ์ (สอน กิจสาโร) เจ้าอาวาสได้สร้างอาคารขึ้น ณ สถานที่แห่งนั้นหลังหนึ่ง เป็นอาคารใหญ่ สูง ๓ ชั้น แต่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ เนื่องจากใครขึ้นไปนอนพักที่อาคารนั้นแล้วมักจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น ซึ่งไม่ทราบสาเหตุว่าเป็นอะไร เมื่อไถ่ถามผู้นั้นก็บอกไม่ได้ว่าเป็นอะไร เช่น เมื่อนอนพักผ่อนกลางวันอยู่ในห้องมั้งๆที่ยังไม่ได้หลับก็มีคนไปเคาะประตู ครั้นเปิดประตูออกมาดูก็ไม่พบเห็นใคร เรื่องนี้ก็ถือว่าแปลกอยู่ โรงอุโบสถหลังนั้นได้ถูกสวดถอนไปแล้ว เมื่อพ.ศ. ๒๕๓๕ เนื่องจาก ท่านพระครูประภัสสรเมธาภรณ์ ได้สร้างอาคารโรงอุโบสถหลังใหม่ขึ้นมา และเป็นโรงอุโบสถที่ใช้ทำสังฆกรรมอยู่ในปัจจุบัน อาคารสองหลังนี้ตั้งอยู่ห่างกันประมาณ ๖๐ เมตร หลังเดิมตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก เลยพระเจดีย์ไปประมาณ ๓๐ เมตร เมื่อศึกษาตามโครงสร้างทางสังคม อาจวิเคราะห์ได้ว่า วัดมะม่วงปลายแขนนี้ อาจจะมีการสร้างมารุ่นเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน กับวัดในละแวกเดียวกันทั้งที่ร้างไปแล้ว ทั้งที่เป็นวัดยังไม่ร้าง เช่น วัดโทธรรมวนาราม (เคยร้าง) วัดน้ำขาวซึ่งร้างไปนานแล้ว วัดกำแพงถมที่ยังไม่เคยมีประวัติว่าร้าง วัดสระบัว-ร้างไปนานแล้ว วัดปากลา-ร้างไปนานแล้ว วัดป่าไหม้-ร้างไปนานแล้ว วัดจอมล้าน-ปัจจุบันเป็นโรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช วัดหญ้า-ยังคงดำเนินการเป็นไปอยู่ วัดเหล่านี้ตั้งอยู่ในโซนหรือแนวเดียวกันอาจจะเป็นไปได้ว่าวัดที่ร้างไปแล้วนั้น อาจจะเป็นวัดร้างถาวร เพราะเหตุปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะการเข้าไปอยู่อาศัยทำมาหาเลี้ยงชีพกันเต็มพื้นที่แล้ว


วัดมะม่วงปลายแขน เคยเป็นวัดร้างไปแล้วเช่นเดียวกัน ทว่าไม่มีหลักฐานว่าร้างมาตั้งแต่เมื่อใด ไม่มีหลักฐานบ่งบอกว่าร้างด้วยด้วยเหตุใดและเมื่อใด แต่วัดนี้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ครั้งล่าสุด มีรูปปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๓ โดยมีหลวงปู่พระครูสุวัตวิหารการ (เผียน จนุทสาโร อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าแพ) ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช หลวงปู่ได้นำศรัทธาสาธุชนทั้งใกล้และไกลเข้ามาริเริ่มพัฒนาใหม่ ซึ่งในยุคแรกท่านได้มอบหมายให้ พระช้อย โอภาโส ผู้เป็นศิษย์ไปเป็นตั้งอยู่เป็นหัวหน้าสงฆ์ แต่พระช้อยไปอยู่ได้ ๒ พรรษาก็หมดบุญวาสนาในร่มผ้ากาสาวพัสตร์ ลาสิกขาไป จากนั้นหลวงปู่ (พระครูสุรัตวิหารการ) ได้ส่งพระภิกษุผู้เป็นศิษย์อีกรูปหนึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ดูแลวัดต่อ หรือจะเรียกว่าไปเป็นเจ้าอาวาสต่อ คือ พระสอน กิจุจสาโร ที่มีพรรษา ๒ พรรษาเช่นกัน พระสอน ได้มุ่งมั่นพัฒนาวัดมะม่วงปลายแขนแห่งนี้ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ามาโดยลำดับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ จนถึง พ.ศ. ๒๕๔๐ อันเป็นปีสุดท้ายแห่งชีวิต พร้อมกันนั้นได้พัฒนาคน ชุมชน ถนนหนทางให้มีความเจริญก้าวหน้า มั่นคงในทุกด้านด้วยศรัทธาตามสติปัญญาและความสามารถที่จะดำเนินการได้


ในการฟื้นฟูวัดมะม่วงปลายแขนขึ้นในครั้งนี้ นอกจากจะมีบุคลสำคัญฝ่ายพระภิกษุตามรายนามที่ระบุถึงแล้ว ยังมีศรัทธาสาธุชนฝ่ายคฤหัสถ์อีกหลายท่าน ที่ได้เป็นกำลังหลักอันสำคัญช่วยเสริมสร้างให้วัดมีความสมบูรณ์ขึ้นอย่างมั่นคงและรวดเร็ว เซ่นนายพร้อม พูลพิพัฒน์ (อดีตผู้ใหญ่พร้อม) ผู้ใหญ่ฉาย วิหคฤทธิ์ นายศรี จิตรามาศ นายลบ ศรีสงคราม นายคล้อง แจ่มใส นายพบ พลดี เป็นต้น (ขออภัยอีกหลายท่านที่ไม่ได้เอ่ยนาม) ซึ่งท่านเหล่านี้ปัจจุบันได้ถึงแก่กรรมไปหมดแล้วคงเหลืออยู่แต่รุ่นลูกรุ่นหลาน ซึ่งหลายท่านก็ยังมาช่วยอุปถัมภ์บำรุงวัดอยู่ในปัจจุบัน ให้ศาสนสถานแห่งนี้กันตลอดมาและหวังว่าจะตลอดไปด้วย


สมัยที่พระครูปภัสสรเมธาภรณ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเจ้าอาวาสอยู่นั้น ท่านได้เน้นการกิจของคณะสงฆ์ทั้ง ๖ ด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษา ท่านส่งเสริมลูกศิษย์ให้ได้รับการศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม โดยส่งไปเรียนตามสำนักต่างๆ เมื่อศึกษาจบแล้วลาสิกขาไปประกอบอาชีพ เป็นประชากรคุณภาพของสังคมมากมาย ส่วนที่ยังอยู่ครองสมณเพศเป็นพระทำงานด้านพระศาสนาอยู่ปัจจุบันก็หลายรูป คือ ๑.พระธรรมวชิรากร (สมปอง ปญฺญาทีโป) ป.ธ.๕ M.A. เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๖ และ ๑๗-๑๘ (ธรรมยุต) ๒. พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต) ป.ธ.๙, Ph.D ผจล.วัดราชาธิวาสวิหาร ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๖ และ ๑๗-๑๘ (ธรรมยุต) พระครูสุคันธสีลาภรณ์ (สุวิทย์ สุคนฺโธ) นธ.เอก เจ้าอาวาสวัดมะม่วงปลายแขนรูปปัจจุบัน และพระครูรกิตติพิพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประดิษฐ์ ตำบลมะม่วงสองต้น ทั้งนี้ วัดมะม่วงปลายแขน มีอุโบสถ ๒ ชั้นและทำพิธีผูกพัทธสีมาเมื่อพ.ศ. ๒๕๓๕ ปัจจุบันมีพระภิกษุอยู่จำพรรษา ๖ รูป ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2528


การบริหารและการปกครอง : ลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีต - ปัจจุบัน

รูปที่ 1 พระช้อย โอภาโส (หมื่นนคร) (ผู้รักษาการเจ้าอาวาสในสองปีแรกยุคเริ่มต้น)

รูปที่ 2 พระครูประภัสสรเมธาภรณ์ (สอน กิจสาโร) พ.ศ. ๒๕๐๕ - ๒๕๓๕

รูปที่ 3 พระเหิม ตปสีโล (พูลพิพัฒน์) พ.ศ. ๒๕๓๕ - ๒๕๓๘

รูปที่ 4 พระปลัดจิต กุสลจิตฺโต พ.ศ. ๒๕๓๘ - ๒๕๔๓

รูปที่ 5 พระครูสุคันธสีลาภรณ์ (สุวิทย์ สุคนุโธ - ท่านนุ้ย) พ.ศ. ๒๕๔๓ - ปัจจุบัน

ปีที่สร้าง (พ.ศ.)

2520

จำนวนเจ้าอาวาสที่ผ่านมา

0 รูป

ศาสนสมบัติของวัดที่สำคัญ และมีหลักฐาน

-

ศาสนสถาน

  • ปภัสสรเจดีย์

location_on ที่ตั้ง

บ้านเลขที่

15

รหัสไปรษณีย์

80000

ตำบล

ท่างิ้ว

อําเภอ

เมืองนครศรีธรรมราช

จังหวัด

นครศรีธรรมราช

map_search ขนาดที่ดิน

ขนาดที่ดินที่ตั้งวัด

ไร่

53

งาน

3

วา

44

ขนาดที่ธรณีสงฆ์

ไร่

-

งาน

-

วา

-

ข้อมูลติดต่อ

call

โทรศัพท์

094 – 6980257

mail

อีเมล

-

favorite กิจกรรมและการศึกษา

วัดมะม่วงปลายแขน

groups บุคลากร

พระภิกษุ
0 รูป
สามเณร
0 รูป
แม่ชี
0 รูป
รวมทั้งหมด 0 รูป

ข้อมูลเพิ่มเติม

รหัสวัด -
สถานะ วัดพัทธสีมา
อายุวัด 49 ปี